เมืองอัลอูลา AlUla

เมืองอัลอูลา AlUla

เมืองอัลอูลา AlUla อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดิอาระเบีย ห่างจากกรุงริยาด 1,100 กิโลเมตร เต็มไปด้วยมรดกของมนุษย์ และธรรมชาติอันแสนมหัศจรรย์ ภูมประเทศมีทั้งหุบเขาเขียวชอุ่ม ภูเขาหินทรายตั้งตระหง่าน และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอายุเก่าแก่หลายพันปี

สถานที่ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในอัลอูลา คือเมืองโบราณเฮกรา (Hegra) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของซาอุดิอาระเบียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เมืองโบราณแห่งนี้มีพื้นที่ 52 เฮกตาร์ และเคยเป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของราชอาณาจักรแนบาเทีย โดยมีสุสานเกือบ 100 แห่งที่ยังอยู่ในสภาพดี และมีการตกแต่งผนังภายนอกอย่างวิจิตรงดงามด้วยการขุดภูเขาหินทราย ผลวิจัยบ่งชี้ว่าเฮกราคือดินแดนใต้สุดของอาณาจักรโรมัน หลังจากเอาชนะราชอาณาจักรแนบาเทียในคริสตศักราช 106The Market Bangkok ราชประสงค์

นอกจากเมืองโบราณเฮกราแล้ว อัลอูลายังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เมืองโบราณ (Old Town) ที่ล้อมรอบด้วยโอเอซิสโบราณ, ดาดัน (Dadan) เมืองหลวงของราชอาณาจักรดาดัน ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในคาบสมุทรอาหรับในช่วง 1,000 ปีก่อนคริสตกาล, การจารึกและงานศิลปะบนหินหลายพันชิ้นในจาบาล อิกมาห์ (Jabal Ikmah) และสถานีรถไฟฮิญาซ (Hijaz)

 

The Kingdoms Institute

The Kingdoms Institute

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของอัลอูลา ก็คือการเป็นที่ตั้งของ The Kingdoms Institute ศูนย์กลางการวิจัยทางโบราณคดีและการอนุรักษ์ระดับโลก จัดตั้งขึ้นด้วยการสนับสนุนจาก Royal Commission for AlUla (RCU) โดยจะเป็นแหล่งบุกเบิกการวิจัย และการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขนาด 22,000 ตารางกิโลเมตร ที่นี่เพิ่งประกาศการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ นั่นคือ การค้นพบว่าโครงสร้างอันซับซ้อนในลักษณะอนุสรณ์สถานที่เรียกว่า “mustatil” ufabetมีอายุเก่าแก่กว่าที่เคยเชื่อกันมา

The Kingdoms Institute ได้รับการจัดตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกสำหรับการวิจัยทางโบราณคดี และการอนุรักษ์ โดยมุ่งศึกษายุคประวัติศาสตร์ และยุคก่อนประวัติศาสตร์ของคาบสมุทรอาหรับ รวมทั้งอนุรักษ์มรดกตกทอดในฐานะจุดเชื่อมสามทวีป โดยการปฏิบัติงานภาคสนามทั่วอัลอูลาได้ช่วยเติมเต็มช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์และธรรมชาติในพื้นที่นี้

ได้รับแรงบันดาลใจจากบทบาทของเมืองอัลอูลาในฐานะจุดตัดทางวัฒนธรรม รวมถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการค้าโลก โดยจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและแหล่งรวมวัฒนธรรมทั้งองค์ความรู้ การสำรวจ และแรงบันดาลใจ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเสาหลักของโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมในเมืองอัลอูลาภายใต้แผนแม่บท The Journey Through Time Masterplan ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนนี้

Author: sofa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *