เตรียมพร้อมผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนฉีดวัคซีน COVID-19

เตรียมพร้อมผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อน ฉีดวัคซีน COVID-19

การเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนฉีดวัคซีน COVID-19 ได้แก่

  1. ตรวจสอบอาการของโรคที่เป็นอยู่ว่ามีอาการหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต้องพิจารณาว่ามีอาการที่เป็นอันตรายรุนแรงถึงชีวิตหรือไม่ เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดเฉียบพลันจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ็บแน่นหน้าอกขณะออกแรงหรือออกกำลังกายบริเวณกลางหน้าอกหรือร้าวไปแขนซ้าย ฯลฯ และโรคของหลอดเลือดหัวใจมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลวชนิดเฉียบพลันร่วมด้วย ได้แก่ เหนื่อย นอนราบไม่ได้ หรือต้องนอนหมอนสูง หรือมีภาวะน้ำท่วมปอดร่วมด้วย

    หากมีอาการทั้งหมดตามที่กล่าวข้างต้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาให้หายและดีขึ้น ผู้ป่วยถึงจะสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน COVID-19 ได้ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อกำหนดชัดเจนว่าระยะเวลาควรจะเป็นเท่าไรหลังจากรักษาจนหายแล้วถึงจะได้รับการฉีดวัคซีนได้ จึงขึ้นอยู่กับดุลยพิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาในผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป โดยอาจจะให้รับวัคซีนเมื่อผู้ป่วยมีอาการคงที่พร้อมออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน หรือช่วงที่ผู้ป่วยกลับบ้านไปแล้วและติดตามการรักษาแบบผู้ป่วยนอกคือให้มาตามนัดหมายของแพทย์

  2. กรณีผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าความดันโลหิตสูงตัวบนมากกว่า 160 มิลลิเมตรปรอท จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมความดันโลหิตให้ดีก่อนฉีดวัคซีน โดยจะต้องควบคุมความดันโลหิตตัวบนให้ต่ำกว่า 140 มิลลิเมตรปรอทในวันก่อนมารับวัคซีน
  3. กรณีที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิด Warfarin ถ้าระดับ INR คงที่มาตลอดและ INR ต่ำกว่า 4.0 ภายใน 1 สัปดาห์ หรือมีผลระดับ INR ก่อนหน้านี้อยูในระดับต่ำกว่า 3.0 มาโดยตลอด (ไม่จําเป็นต้องหยุดหรือปรับขนาดยาและไม่จําเป็นตองตรวจ INR ก่อนรับวัคซีน) สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้โดยใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก 25G หรือ 27G ฉีดที่กล้ามเนื้อต้นแขน แล้วกดตําแหน่งที่ฉีดไว้นานประมาณ 5 นาที จากนั้นอาจประคบเย็นต่อด้วยน้ำแข็งหรือเจลเย็น
  4. สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ (NOACs) และยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Aspirin, Clopidogrel, Ticaglelor หรือ Prasugrel สามารถฉีดวัคซีนได้โดยไม่ต้องงดยาก่อนฉีด ควรใช้เข็มขนาดเล็ก 25G หรือเล็กกว่า และไม่ควรคลึงกล้ามเนื้อหลังฉีดวัคซีน ควรกดตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนนานอย่างน้อย 5 นาทีและแน่ใจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติ

    บุคคลผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังการฉีด สามารถทํากิจวัตรประจําวันได้ตามปกติ (เช่น การบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งชา กาแฟ ยาต่าง ๆ ตลอดจนทําหน้าที่การงานที่เคยทําปกติได้) และไม่ควรออกกําลังกายหนักกว่าที่เคยทําปกติ หรือพักผ่อนน้อยกว่าปกติในช่วง 1 – 2 วันก่อนและหลังการได้รับวัคซีน

    ในกรณีที่จําเป็นต้องได้รับวัคซีนอื่น (เช่น วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนบาดทะยัก) ให้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้โดยไม่จําเป็นต้องเว้นระยะเวลา แต่ให้ฉีดในตําแหน่งที่ต่างกัน ส่วนในกรณีที่ต้องสังเกตอาการ และอาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีนแต่ละชนิด อาจเว้นระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์

Author: sofa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *