พาเที่ยวชมเมืองไร้รถยนต์

พาเที่ยวชมเมืองไร้รถยนต์

พาเที่ยวชมเมืองไร้รถยนต์ เชื่อว่าเมืองเหล่านี้จะต้องเมืองในอุดมคติที่ใครๆ ก็อยากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองสวย อากาศดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอนน้ำตกหมันแดง พิษณุโลก

พาเที่ยวชมเมืองไร้รถยนต์

Venice Italy

Venice Italy

ถ้าพูดถึงเมืองไร้รถยนต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกก็คงต้องเป็น เวนิส (Venice) อย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณของ ทะเลอาเดรียติก (Adriatic Sea) ที่นี่จึงถูกขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก” (The Queen of the Adriatic) หรือ “เมืองแห่งสายน้ำ” (The City of Water)

เพราะในเมืองมีคูคลองมากมายถึง 150 สาย และเดินทางสันจรด้วยเรือเป็นหลัก จึงไม่แปลกใจเลยหากเราจะไม่เห็นรถยนต์สักคนนึงในเมืองนี้ นอกเหนือจากนั้นแล้ว ที่นี่ยังมีศิลปะและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตึกอาคารสีสันสดใสตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า เทศกาลเวนิสคาร์นิวัล (Venice Carnival) หรือ เรือกอนโดลา (Gondola) สัญลักษณ์ของเวนิสที่ใครๆ ก็อยากลองไปล่องเรือชมเมืองทรงเสน่ห์แห่งนี้สักครั้งในชีวิต

Hydra Greece

เกาะไฮดร้า (Hydra) ตั้งอยู่ระหว่าง อ่าวซาโรนิค (Saronic Gulfs) และ อ่าวอาร์โกลิค (Argolic Gulf) ใน ทะเลอีเจียน (Aegean Sea) ประเทศกรีซ ถ้ามองจากผิวเผินอาจจะคิดว่าเมืองแห่งนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากเมืองอื่นๆ ในกรีซที่มักจะปลูกอาคารบ้านเรือนริมทะเลอย่างที่เราเห็นโดยทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ไฮดร้าแตกต่างจากเมืองอื่นๆ คือ เราจะไม่เห็นอาคารสูงๆ ในเมืองเลย เพราะจะทำให้บดบังทัศนียภาพอันงดงามของเมือง และด้วยถนนหนทางที่ค่อนข้างคับแคบ จึงทำให้ที่นี่ไม่มีรถยนต์ขับเลยสักคันค่ะ เรียกว่าเป็นการลดทั้งมลภาวะทางอากาศและเสียงไปได้มากเลยทีเดียว

Giethoorn Netherlands

Giethoorn Netherlands

แม้ กีธูร์น (Giethoorn) จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดโอเฟอไรส์เซิล (Overijssel) ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ก็มากล้นไปด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านอันเงียบสงบท่ามกลางสายน้ำ โดยมีคูคลองเป็นเส้นทางสันจรหลักของที่นี่ค่ะ เราจะได้นั่งเรือลัดเลาะไปตามลำน้ำ ชมความน่ารักของกระท่อมสไตล์ตะวันตกหลังน้อยใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันร่มรื่นตลอดทาง อีกทั้งยังมีสะพานทอดผ่านระหว่างคลองเป็นช่วงๆ มองดูแล้วก็คล้ายกับเมืองในนิทานเลยค่ะ และแน่นอนว่าเรือที่ใช้กันจะต้องเป็นเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการติดมอร์เตอร์ไฟฟ้า จึงทำให้การเดินทางมีความเงียบสงบและไม่สร้างมลพิษ

Zermatt Switzerland

ต่อมาคือ เซอร์แมท (Zermatt) เมืองเล็กๆ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มาพร้อมกับบ้านเรือนสไตล์สวิสแบบดั้งเดิม ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาและป่าสนอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะตรงจุดชมวิว Matterhorn ยอดเขาทรงพีรามิดซึ่งเป็นไฮไลท์สุดอลังของที่นี่ค่ะ ที่สำคัญคือเมืองแห่งนี้ไม่ใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยน้ำมันเครื่อง แต่จะใช้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งก็หาได้น้อยมากๆ เพราะส่วนใหญ่ผู้คนจะเดินทางด้วยเท้ากัน และมีเส้นทางคมนาคมหลักอีกแห่งคือเส้นทางรถไฟ โดยจะมี Bahnhof strasse เป็นถนนสายหลักของเมืองที่ทอดตรงมาจากสถานีรถไฟ ให้พวกเราไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ชมเมืองกันแบบชิลๆ ได้

Fes Morocco

Fes Morocco

เมืองเฟส (Fes or Fez) เป็นเมืองหลวงของแคว้น Fès-Meknès ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศโมรอคโค  มีชื่อเสียงในเครื่องของการฟอกหนังและการย้อมสีหนังแบบโบราณ ความร่ำรวยในวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก และถูกขนานนามให้เป็น “กรุงเอเธนส์แห่งแอฟริกา” (Athens of Africa) นอกจากนี้ยังเป็นเมืองปลอดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย เนื่องจากในเมืองเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยมากมาย และไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ส่วนใหญ่ผู้คนจึงจะใช้การเดินเท้าหรือขี่จักรยานเป็นหลัก

Lamu Town Kenya

ลามู (Lamu Town) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงชายฝั่งทะเลตะวันออกใน หมู่เกาะลามู ประเทศเคนย่า ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้มีความเป็นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1370 ซึ่งเป็นที่ตั้งรกรากของชาวสวาฮีลี (Swahili) มาก่อน ด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงเป็นอีกเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2001 ในการมาท่องเที่ยวที่นี่ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องทำใจให้ชินคือ บนถนนของเมืองลามูไม่ได้มีรถยนต์เหมือนเมืองอื่นๆ แต่กลับเต็มไปด้วยฝูงลา ซึ่งเป็นยานพาหนะหลักของที่นี่นั่นเองufabet

Mackinac Island Michigan USA

ไปต่อกันที่ เกาะแม็กคิแน็ก (Mackinac Island) เกาะในฝันของใครหลายๆ คน ตั้งอยู่ตรงกลาง ทะเลสาบฮูรอน (Lake Huron) รัฐมิชิแกน (Michigan) สหรัฐอเมริกา ที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ อันเงียบสงบ มีประชากรเพียง 500 ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่ยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีกฏเหล็กที่ใช้อย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 คือ ห้ามใช้รถยนต์เดินทางในเมืองอย่างเด็ดขาดค่ะ ด้วยเหตุนี้ผู้คนส่วนใหญ่จึงจะเดินทางด้วยเท้า ขี่จักรยาน และนั่งรถม้าเป็นหลัก

Author: sofa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *