นักสืบเชอร์ล็อก โฮมส์

นักสืบเชอร์ล็อก โฮมส์

นักสืบเชอร์ล็อก โฮมส์ เมื่อปี 1891 ณ กรุงลอนดอน เชอร์ล็อก โฮมส์ ผู้มีชื่อเสียงในการเสาะหาความจริงในเบื้องลึกแห่งปริศนาสุดซับซ้อน ด้วยความช่วยเหลือจาก นายแพทย์จอห์น วอตสัน (จู๊ด ลอว์) ชื่อดังซึ่งหาผู้มีฝีมือทัดเทียมได้ยากในการไขคดีอาชญากรรมทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะด้วยพลังแห่งการสังเกตอันเป็นเอกลักษณ์ ทักษะการอนุมานอันโดดเด่น หรือพลังหมัดอันรุนแรงของเขาทักษะการเป็นนักสืบ

แต่เนื่องจากพายุร้ายกำลังก่อตัวเหนือลอนดอน การข่มขู่ซึ่งไม่เหมือนกับอะไรทั้งหมดที่โฮมส์เคยเผชิญหน้ามาก่อน และเป็นความท้าทายที่เขากำลังมองหาอยู่พอดี หลังจากคดีฆาตกรรมโหดร้ายในพิธีกรรมอย่างต่อเนื่อง โฮมส์และวอตสันไปถึงทันเวลาช่วยชีวิตเหยื่อรายล่าสุด และเผยโฉมหน้าฆาตกร ลอร์ดแบล็กวุด (มาร์ก สตรอง) ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งบรรดาเพื่อนร่วมคุกและเหล่าผู้คุม กับการที่เขาดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับพลังด้านมืด ได้เตือนโฮมส์ว่าความตายไม่มีอำนาจเหนือเขา และที่จริงแล้วการประหารนั้นจะเป็นไปตามแผนการของแบล็กวุด และเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้น แบล็กวุดก็ทำตามสัญญา การฟื้นคืนชีพของเขาสร้างความตื่นตระหนกให้กับลอนดอนและความทึ่งให้กับสกอตแลนด์ยาร์ด แต่สำหรับโฮมส์แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเกม พวกเขากำลังแข่งกับแผนการมฤตยูของแบล็กวุด โฮมส์ต้องกระโจนสู่โลกแห่งศาสตร์มืดและตกตะลึงกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ซึ่งตรรกะอาจเป็นอาวุธที่ดีสุดในการต่อสู้กับอาชญากรรมในบางครั้ง แต่หมัดฮุกขวาแม่น ๆ ก็มักจะช่วยไว้ได้เสมอ

นักสืบเชอร์ล็อก โฮมส์

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก (Sherlock Holmes) เป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 2009 ดัดแปลงมาจากตัวละครในบทประพันธ์ชื่อเรื่องเดียวกันของเซอร์อาร์เทอร์ โคนัน ดอยล์ ภาพยนตร์กำกับโดยกาย ริตชี และมีโปรดิวเซอร์คือโจเอล ซิลเวอร์, ไลโอเนล ไวแกรม, ซูซาน ดาวนีย์ และแดน ลิน เขียนบทภาพยนตร์โดยไมเคิล โรเบิร์ต จอห์นสัน, แอนโทนี เพกแฮม และไซมอน คินเบิร์ก โดยยึดจากเนื้อเรื่องตัวละครของไลโอเนล ไวแกรม และโคนัน ดอยล์ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รับบทเป็นเชอร์ล็อก โฮมส์ และจู๊ด ลอว์ รับบทเป็นนายแพทย์จอห์น วอตสัน

ภาพยนตร์ออกฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 2009 และในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักรและแถบแปซิฟิก และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ในปีเดียวกัน

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก มีภาคต่อเป็นภาค 2 ในชื่อว่า เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เกมพญายมเงามรณะ (Sherlock Holmes: A Game of Shadows) จะเล่าถึงนักสืบเชอร์ล็อก โฮมส์ และเพื่อนสนิทอย่างนายแพทย์จอห์น วอตสัน กับการเผชิญหน้ากับตัวร้ายอย่างศาสตราจารย์เจมส์ มอริอาร์ตี (แสดงโดยแจเร็ด แฮร์ริส) ในภาคสองนี้ด้วย ซึ่งเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และเข้าฉายในประเทศไทย ในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เกมพญายมเงามรณะ 2011

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เกมพญายมเงามรณะ 2011

กำกับ กาย ริตชี
อำนวยการสร้าง โจเอล ซิลเวอร์/ไลโอเนล ไวแกรม/ซูซาน ดาวนีย์/แดน ลิน
เขียนบท คีแรน มัลโรนีย์/มิเชล มัลโรนีย์
เค้าโครงจาก ตัวละครโดย อาร์เทอร์ โคนัน ดอยล์
นักแสดงนำ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์/จู๊ด ลอว์/นูมี ราเพซ/แจเร็ด แฮร์ริส/สตีเฟน ฟราย/ราเชล แม็กอดัมส์
ทุนสร้าง 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ 545.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เชอร์ล็อก โฮมส์ เคยเป็นผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้ทรงสติปัญญาที่สุดในวงการ ทว่า ณ บัดนี้ ศาสตราจารย์มอริอาร์ตีได้ปรากฏขึ้นเป็นผู้จอมบงการคนใหม่โดยมีสติปัญญาเทียบเท่ากับเชอร์ล็อก โฮมส์ อีกทั้งมีความชั่วร้ายปราศจากการรู้ผิดชอบชั่วดี เมื่อเหตุการณ์ได้นำพาให้ทั้งคู่ได้มาพบกัน โฮมส์ได้ติดตามเบาะแสไปที่สโมสรใต้ดินอันเป็นที่เขาและไมครอฟต์ โฮมส์ ผู้เป็นพี่ชายได้ร่วมดื่มอวยพรให้แก่นายแพทย์วอตสัน และที่แห่งนี้โฮมส์ก็ได้พบกับซิม ผู้เป็นหมอดูไพ่ยิปซีที่สามารถล่วงรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าที่เธอได้บอกไว้ ส่งผลให้เธอตกเป็นเป้าหมายรายต่อไปจากฆาตกร

การสืบสวนสอบสวนครั้งนี้เป็นมหันตภัยครั้งใหญ่ เมื่อวายร้ายรายนี้ได้พาโฮมส์, วอตสัน และซิม ออกจากอังกฤษไปยังฝรั่งเศส, เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ชี้ชะตาแห่งความเป็นความตายครั้งประวัติศาสตร์ของเชอร์ล็อก โฮมส์

นักแสดงนำ
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รับบทเป็น เชอร์ล็อก โฮมส์
จู๊ด ลอว์ รับบทเป็น นายแพทย์จอห์น วอตสัน
นูมี ราเพซ รับบทเป็น ซิม
แจเร็ด แฮร์ริส รับบทเป็น ศาสตราจารย์มอริอาร์ตี
สตีเฟน ฟราย รับบทเป็น ไมครอฟต์ โฮมส์
ราเชล แม็กอดัมส์ รับบทเป็น ไอรีน แอดเลอร์

บ็อกซ์ออฟฟิศ
เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เกมพญายมเงามรณะ ได้ขึ้นอยู่ในอันดับสูงสุดของบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐและแคนาดา โดยวันเปิดตัวทำรายได้ที่ 14.6 ล้านเหรียญ ซึ่งลดลงจากยอดรวมวันเปิดตัวของภาคแรก (24.6 ล้านเหรียญ) ส่วนในสหราชอาณาจักร เกมพญายมเงามรณะ ประสบความสำเร็จด้วยรายได้ 3.83 ล้านปอนด์ในช่วงระยะเวลา 3 วัน เทียบได้กับ 3.08 ล้านปอนด์ของขอรายได้สองวันแรกของภาคแรก ในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีการชะลอตัว ภาพยนตร์ชุดนี้ทำรายได้ 39.6 ล้านเหรียญ เป็นภาพยนตร์อันดับหนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่มีรายได้น้อยกว่าการเปิดตัวในช่วงสุดสัปดาห์ของภาคแรก (62.3 ล้านเหรียญ) และภาพยนตร์นี้ ทำรายได้ที่ 14.7 ล้านเหรียญในต่างประเทศ

ภาคต่อ
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018 วอร์เนอร์บราเธอส์ประกาศว่า เชอร์ล็อก โฮล์มส์ 3 จะเขียนบทโดยคริส แบรนคาโต และได้รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์และจู๊ด ลอว์กลับมารับบทเดิม ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 มีการประกาศวันเข้าฉายคือวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2021 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน มีการประกาศว่าเดกซ์เตอร์ เฟลตเชอร์ จะทำหน้าที่ผู้กำกับภาพยนตร์ภาคต่อนี้

เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เกมพญายมเงามรณะ (Sherlock Holmes: A Game of Shadows) เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นสืบสวนของอังกฤษ-อเมริกา กำกับโดยกาย ริตชี และผลิตโดยโจเอล ซิลเวอร์, ไลโอเนล ไวแกรม, ซูซาน ดาวนีย์ และแดน ลิน ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นภาคต่อของ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก ซึ่งเป็นภาพยนตร์ ค.ศ. 2009 โดยอิงจากตัวละครในชื่อเดียวกันที่สรรค์สร้างขึ้นโดยเซอร์อาร์เทอร์ โคนัน ดอยล์ เขียนบทโดยคีแรน มัลโรนีย์ กับมิเชล มัลโรนีย์ ส่วนโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และจู๊ด ลอว์ กลับมารับบทของพวกเขาอีกครั้งในบทของเชอร์ล็อก โฮมส์ และนายแพทย์จอห์น วอตสัน ตามลำดับ โดยเป็นคู่หูที่ต้องชิงไหวชิงพริบในการปราบศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของพวกเขานามว่า ศาสตราจารย์เจมส์ มอริอาร์ตี ซึ่งรับบทโดยแจเร็ด แฮร์ริส ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับอิทธิพลมาจากงานประพันธ์ของโคนัน ดอยล์ ที่มีชื่อว่า ปัจฉิมปัญหา (The Final Problem) แต่ก็เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นใหม่มากกว่าการดัดแปลงจากของเดิม

นวนิยายเชอร์ล็อก โฮมส์

นวนิยายเชอร์ล็อก โฮมส์
เชอร์ล็อก โฮมส์ เป็นนวนิยายสืบสวนหรือรหัสคดี ประพันธ์โดยเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ นักเขียนและนายแพทย์ชาวสกอต ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตัวละคร เชอร์ล็อก โฮมส์ เป็นนักสืบชาวลอนดอนผู้ปราดเปรื่องที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านทักษะการประมวลเหตุและผล ทักษะด้านนิติวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยหลักฐานและการสังเกตอันคาดไม่ถึงเพื่อคลี่คลายคดี

โคนัน ดอยล์ แต่งเรื่อง เชอร์ล็อก โฮมส์ ไว้ทั้งสิ้นเป็นเรื่องยาว 4 เรื่อง และเรื่องสั้น 56 เรื่อง เกือบทุกเรื่องเป็นการบรรยายโดยเพื่อนคู่หูของโฮมส์ คือ นายแพทย์จอห์น เอช. วอตสัน หรือ หมอวอตสัน ในจำนวนนี้ มี 2 เรื่องที่โฮมส์เป็นผู้เล่าเรื่องเอง และอีก 2 เรื่องเล่าโดยบุคคลอื่น เรื่องสั้นสองเรื่องแรกตีพิมพ์ใน Beeton’s Christmas Annual ในปี ค.ศ. 1887 และ Lippincott’s Monthly Magazine ในปี ค.ศ. 1890 แต่หลังจากที่ชุดเรื่องสั้นลงพิมพ์เป็นคอลัมน์ประจำใน นิตยสารสแตรนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1891 นิยายเรื่องนี้ก็โด่งดังเป็นพลุ เหตุการณ์ในนิยายอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1878 ถึง ค.ศ. 1903 และคดีสุดท้ายเกิดในปี ค.ศ. 1914

ความโด่งดังของเชอร์ล็อก โฮมส์ ทำให้ผู้อ่านจำนวนมากเชื่อว่าเขามีตัวตนจริงและพากันเขียนจดหมายไปหา มีพิพิธภัณฑ์เชอร์ล็อก โฮมส์ ตั้งขึ้นในตำแหน่งที่น่าจะเป็นบ้านในนวนิยายของเขาในกรุงลอนดอน นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นสำหรับตัวละครในนิยาย เรื่องราวของเชอร์ล็อก โฮมส์ มีการนำไปดัดแปลงและแต่งเพิ่มเติมขึ้นใหม่อีกโดยนักเขียนคนอื่น ทั้งที่เขียนร่วมกับทายาทของโคนัน ดอยล์ และเขียนขึ้นใหม่เป็นเอกเทศ บทประพันธ์ของโคนัน ดอยล์ และนวนิยายที่แต่งขึ้นใหม่ ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ละครวิทยุ และสื่ออื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน กระทั่งบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ระบุว่า เชอร์ล็อก โฮมส์เป็น “ตัวละครที่มีผู้แสดงมากที่สุด” ภาพลักษณ์ของโฮมส์กลายเป็นสัญลักษณ์ของนักสืบ และส่งอิทธิพลต่อวรรณกรรมและการแสดงในประเภทรหัสคดีจำนวนมาก

Author: sofa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *