ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ภาพยนตร์ภาพถ่ายสยองที่สะท้อนปัญหาในสังคมไทย

ความสนุกอย่างแรกของ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ อยู่ที่การไม่ได้โฟกัสไปที่ฉาก Jump Scare โฉ่งฉ่างระหว่างปล่อยให้ ‘ผี’ ออกอาละวาดไปเรื่อยๆ แต่เป็นการให้คนดูที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ค่อยๆ ไขปริศนาของธรรม์ให้เปิดเผยขึ้นมา และยิ่งเราล่วงรู้ความลับของธรรม์มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกหลอนไปกับสิ่งที่ธรรม์ต้องเจอมากขึ้นเท่านั้น

และตัวหนังก็ยังมี ‘ฉากจำ’ หลายฉากที่ออกแบบการปรากฏตัวของผีได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ใบหน้าเปลือยเปล่าของเนตร (รับบทโดย เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ ที่ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์) ที่หลอนตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นผี ฉากที่ธรรม์ถูกผีคลานตามล่าจนหัวซุกหัวซุน ทุกๆ ฉากในห้องมืด ที่ใช้สัญญะของ ‘สีแดง’ ที่หมายถึงความอันตรายมาเล่นกับความรู้สึกคนดูได้อย่างน่าขนลุก ฉากอ่างอาบน้ำ ที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำไปอีกหลายวัน รวมถึงฉากจบที่ขึ้นหิ้งเป็นตำนานสุดคลาสสิกมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังใช้ ‘ผี’ เป็นภาพสะท้อนปัญหาของสังคมในขณะนั้นได้อย่างเฉียบขาด ทั้งปัญหาระดับชั้นทางสังคม รุ่นน้องต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ และต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม รวมทั้งปัญหาการกดขี่เพศหญิง ที่ไม่ว่าจะถูกกระทำอย่างเลวร้ายเท่าไร ก็ไม่อาจมีปากมีเสียงหรือต่อรองใดๆ ได้เลย จนกระทั่งต้องรอให้ตัวเองจากโลกนี้ไปกลายเป็น ‘ผี’ นี่ล่ะ ที่โลกหลังความตายถึงจะมอบอำนาจในการเอาคืนให้กับเธอ

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมด ทำให้ GTH เปิดตัวหนังเรื่องแรกไปได้อย่างสวยงาม ด้วยรายได้ทั่วประเทศ 107.1 ล้านบาท มี 30 ประเทศมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายต่อ รวมทั้งการถูกนำไปสร้างใหม่ในเวอร์ชันฮอลลีวูด โดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น มาซายูกิ โอชิอาอิ แต่ก็ยังห่างไกลจากเวอร์ชันต้นฉบับอยู่พอสมควร แน่นอนว่าถึงวันนี้ ยังคงขึ้นแท่นเป็นหนังผีอันดับต้นๆ เมื่อมีคนถูกถามว่า ‘หนังผี’ ที่น่ากลัวที่สุดคือเรื่องอะไร

สามารถดูได้ ที่ ดูหนังออนไลน์

หลายครั้งเมื่อพูดถึง สีแดง” หลายคนก็จะนึกถึงความรักหรือความร้อนแรง แต่สีแดงยังหมายถึง “อันตราย” ได้เช่นเดียวกัน และในบางครั้งความรักก็มาพร้อมกับอันตรายที่เราไม่คาดคิด ดังนั้นชัตเตอร์จึงหยิบสีแดงมาใช้สื่อความหมายตลอดเรื่อง

เราจะเห็นตั้งแต่เครดิตเปิด มีภาพถ่ายมากมายปรากฏขึ้นมาให้เห็น ถ้าดูกันตรง ๆ ก็เหมือนภาพถ่ายที่กำลังถูกล้างในห้องล้างรูปของพระเอก แต่มองอีกแง่มันก็ไม่ต่างอะไรจากภาพที่เปื้อนเลือด ภาพความทรงจำเหล่านั้นซ่อนสิ่งที่อันตรายเอาไว้อยู่และมันกำลังจะถูกเปิดเผยออกมา เครดิตเปิดนี้ยังใช้เสียงลั่นชัตเตอร์ประกอบในเสียงดนตรีด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนบ่งบอกว่ากล้องและภาพถ่ายนี่แหละจะเป็นตัวการสำคัญในเรื่อง

เครดิตเปิดนี้เป็นลางบอกเหตุให้ผู้ชมได้เฝ้ามองถึงอันตรายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

การจับตามอง

         ตลอดทั้งเรื่องเราจะรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองจากใครบางคนอยู่ ทั้งการใช้มุมกล้อง การจัดเฟรม รวมไปถึงการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นตัวแทนสายตาที่กำลังจับจ้องธรรม์อยู่

ตุ๊กตาห้อยรถนี้ก็เป็นอีกตัวแทนหนึ่ง ตอนที่ธรรม์และเจนขับรถชนผู้หญิงในตอนแรก ภาพซูมเข้าไปที่ตุ๊กตาเป็นครั้งแรกและจะเห็นว่ามันกำลังแสดงสีหน้าหัวเราะเยาะอยู่ ราวกับกำลังสะใจและต้องการสาปแช่งใครบางคน ตุ๊กตาตัวนี้เปรียบเสมือนสายตาของเนตรที่กำลังมองสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา

หลังจากนั้นในฉากถัดมา ตุ๊กตาตัวนี้ยังอยู่ที่เดิม แต่เราจะเห็นว่ามันหันหน้าไปทางธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจ ยิ่งช่วยตอกย้ำว่ามีใครหรืออะไรบางอย่างกำลังจับตามองธรรม์อยู่

หุ่นกระบอกหน้าตาหลอนประสาทในบ้านธรรม์ก็เหมือนกัน ทั้งเก่าคร่ำครึ ทั้งให้ความรู้สึกขนลุก ก็กำลังแอบมองการกระทำของเขาอยู่เช่นเดียวกัน

ชัตเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงหนังสยองขวัญ แต่ยังสะท้อนปัญญาสังคมด้วย เนตรถูกข่มขืน ถูกทำร้าย แต่สิ่งที่ธรรม์ทำนอกจากไม่ได้ปกป้องแล้วยังซ้ำเติมอีก ทว่าจะไปโทษธรรม์เสียทั้งหมดก็คงไม่ได้ ธรรม์เป็นตัวละครที่ทั้งน่าโมโหและน่าสมเพชในขณะเดียวกัน เขาไม่ได้อยากให้เรื่องมันเลยเถิดขนาดนี้ แต่เขาโดนบังคับด้วยคำพูดที่ว่า “กูเป็นพี่มึงนะ” การกลัวที่จะเข้ากลุ่มไม่ได้กับคนอื่นในวัยรุ่นเป็นเรื่องธรรมดาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ทำตามคนหมู่มากก็ไม่มีใครอยากคบ สิ่งที่เรียกว่าลำดับชั้นในสังคมมันมีอยู่จริงและไม่ใช่เรื่องตลก การใช้อำนาจของรุ่นพี่เพื่อข่มขู่รุ่นน้องก็มีให้เห็นบ่อยครั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่หมดไปเสียที มันทำลายชีวิตใครต่อใครมานักต่อนักแล้วและเราก็เห็นผลลัพธ์ของการกระทำนั้นในหนังเรื่องนี้

Author: sofa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *